Western Forest Complex

ได้เข้าไปถ่ายงานในผืนป่าตะวันตก (Western Forest Complex) ซึ่งมีพื้นที่ถึง 11 ล้านไร่อีกครั้ง ครั้งนี้ไปป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันออก ซึ่งมีพื้นที่ถึง เก้าแสนแปดหมื่นกว่าไร่ ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย ที่สำคัญคือ… ป่าพรุน้ำจืดขนาดใหญ่กว่าสามพันไร่ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึก ลองเข้าไปค้นข้อมูลใน Google แทบจะไม่มีใครพูดถึงหรือรู้จักป่าพรุน้ำจืดผืนนี้… ได้เรื่องราวไปเล่าไปเขียนในงานมากมาย… ต้องขอบคุณพี่อู๊ดดี้ (ตูกะสู) เจ้าพ่อป่าตะวันตก ที่พาเข้าไปถ่ายงานในป่าลึก (มากกก) และให้ข้อมูลและแหล่งถ่ายทำสวยงาม ลึกลับ ที่ๆน้อยคนมากๆจะได้เคยเห็น ถึงจะไปยากมากๆแถมโดนฝนถล่มหนักทุกวัน แต่ก็คุ้มค่ากับการได้ภาพหายากกลับออกมา… หลงรักป่าตะวันตกไปซะแล้ว สงสัยได้มาลุยป่าตะวันตกกับพี่อู๊ดดี้ ซึ่งเป็นคนใจกว้าง ใจนักเลง บ่อยๆแน่นอน และดันมาเกิดปีเดียวกันซะด้วย แต่ด้วยความรู้ความสามารถและน้ำใจลูกผู้ชายตัวจริง ขอนับถือเป็นพี่ครับ.
การมาเรียกร้องให้ save ป่า ผืนโน้นผืนนี้ ณ วันนี้มันก็ดี

การมาเรียกร้องให้ save ป่า ผืนโน้นผืนนี้ ณ วันนี้มันก็ดี ช่วยกันสอดส่องดูแลทรัพยากรธรรมขาติของเรา แต่..มันไม่ได้ผลเท่าไหร่หรอกครับ เพราะมันปลายเหตุเหลือเกิน ถ้าแก้ที่ต้นเหตุไม่ได้ ป่าไหนก็ไม่เหลือ!!! ผมเป็นคนนึงที่ชอบเที่ยวป่า… พาลูกไปเดินป่ามาทั่วประเทศ ไปในที่ๆไม่ค่อยจะมีใครได้ไปซะด้วย ด้านในของป่าลึกในเมืองไทยของเรา ต้องบอกว่าสวยงาม สงบ ลึกลับ สลับซับซ้อน มีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์สูง ฯลฯ…..(และมีคุณงามความดีของป่าอีกสารพัดจนบรรยายไม่หมดหรอก) Posted by Kanit Prukprakarn on Wednesday 10 July 2024 แต่… ทุกวันนี้ก็ปลงตก เพราะป่ามันเหลือน้อยลงไปทุกวี่ทุกวัน ถูกบุกลุก ถูกทำลาย แอบตัดไม่เถื่อนกันไปเรื่อย ไิ้อ้ที่มันดูเหมือนป่าจากไกลๆ บางทีก็แค่ ป่าไผ่ ป่ากฐิน ป่ายางพารา ป่าเกิดใหม่ ป่าจริงๆเหลือน้อยลงมาก ก็คิดในใจว่า มีเหลือแค่ไหนก็ไปเที่ยวมันแค่นั้นแหละ… เพราะ…ป่าที่ว่ากว้างใหญ่ แต่ระบบทุนนิยมมันใหญ่กว่าป่า ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เงินมันใหญ่ที่สุด ต่อให้ผมรักป่าแค่ไหน ถ้าต้องให้จน ไม่มีตังค์ก็ไม่เอาเหมือนกัน!!! เราต้องยอมรับความจริงว่าเราอยู่ในระบอบทุนนิยมอย่างเต็มตีน ทุกอย่างถูกคิดเป็นตัวเลขทั้งหมด โลกเราทุกวันนี้เป็นสังคมตัวเลข ต่อให้คุณคิดดีแค่ไหนก็หนีไม่พ้นตัวเลข […]
นี่ไง… ถึงอยากพาลูกเข้าป่าหาธรรมชาติ ฝึกจิตใจให้อดทน

นี่ไง… ถึงอยากพาลูกเข้าป่าหาธรรมชาติ ฝึกจิตใจให้อดทน ไม่โลภโมโทสัน อยู่กับความสันโดษ bla bla bla… หัวโบราณ… น่าเบื่อ… แต่ครอบครัวเราไม่ทิ้งเทคโนโลยี่นะครับ โชคดีที่หลงกลเรา เขาดันชอบ… แต่..จะเดินทางไปเข้าป่าก็ต้องเติมน้ำมันนะครับท่าน… จริงๆอยากจะเดินสายกลาง ไม่อยากจะอคติกับ ”ทุนนิยม“ เพราะทุกคนก็ต้องการเงิน ต้องการทุน แม้แต่ตัวเรา ซึ่งข้อดีมันก็มี ถ้ามันพอดีพองาม แต่มันก็อดไม่ได้เพราะมันเกินพอดีพองามไปมากกก จนน่าจะหลงทาง พอมีคำนี้ถ้าจะเรียกให้สวยหรูไฮโซหน่อยก็ capitalism แล้วมันก็ต้องมีคำว่า นายทุน และก็ตามมาด้วย ทุนใหญ่ ทุนกินรวบ ทุนเทา ทุนดำ ฯลฯ ทุกคนอยากจะรวยๆๆๆๆๆ และเมื่อนายทุน (ที่ขาดคุณธรรม) มาร่วมกิจกรรมกับนักการเมือง (ขี้ฉ้อ) มันก็บันเทิงสิครับท่าน มันก็คือการรวบ อำนาจ เงินตรา เกียรติยศ ชื่อเสียง แล้วก็แสวงความสุขกันไปแบบอวิชาเช่นนั้น ไม่สนใจใครจะเป็นใครจะตาย เพราะปรัชญาของคนพวกนี้คือทำกำไรสูงสุด!!! … การให้ การเสียสละ ความมีเมตตา ความมีน้ำใจ มันจะทำให้ขาดทุนกำไรนะ มันเป็นเรื่องไม่ฉลาด […]
น้อมกายลงในห้วงมหาสมุทร

ใต้ผืนน้ำที่เรามองเห็นเพียงผิวระยิบระยับนั้น คือโลกอีกใบ เงียบ ลึก และเก่าแก่กว่าที่เราคิด มหาสมุทรไม่ใช่แค่น้ำกว้างใหญ่ แต่มันคือภูมิประเทศที่บันทึกประวัติศาสตร์ของโลกมาตั้งแต่แรกกำเนิดพื้นทะเลบางแห่งราบเรียบ บางแห่งเป็นหุบเหวลึก และบางแห่ง…เก็บซ่อนซากของสิ่งมีชีวิตและเรื่องราวที่จมลงไปพร้อมกาลเวลา ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิต และในขณะเดียวกัน ก็เป็นปลายทางของชีวิตจำนวนไม่น้อย . ทุกอย่างในทะเลหมุนเวียน เปลี่ยนผ่าน เหมือนลมหายใจของโลก นกอพยพบางชนิดยังคงบินข้ามน้ำทะเลทุกฤดูกาล แวะพัก แล้วจากไป เช่นเดียวกับมนุษย์ ที่มาทะเลเพื่อหาความสุข ทิ้งความเศร้า หรือบางครั้ง…ทิ้งบางอย่างที่ไม่มีวันได้กลับคืน . เมื่อเราลอยอยู่กลางทะเล เราจะรู้สึกได้ทันทีว่าเราเล็กแค่ไหน เล็ก เมื่อเทียบกับความลึกที่ไม่มีที่สิ้นสุดเล็ก เมื่อเทียบกับขอบฟ้าที่มองไม่เห็นปลายทาง แต่ถึงจะเล็กเพียงนั้น เราก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบเดียวกันกับมหาสมุทร . เพราะทะเลไม่ใช่แค่บ้านของสัตว์น้ำ มันคือกลไกสำคัญของโลกทั้งใบ มหาสมุทรดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศในปริมาณมหาศาล ทำหน้าที่ไม่ต่างจากป่าไม้บนแผ่นดินช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ . แต่เมื่อมนุษย์ปล่อยก๊าซมากเกินไป ทะเลก็รับไว้มากเกินไปเช่นกัน . ผลลัพธ์คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ภาวะมหาสมุทรเป็นกรด (Ocean Acidification) น้ำทะเลที่เปลี่ยนสมดุลนี้ กำลังทำลายชีวิตอย่างเงียบงัน สัตว์ที่มีเปลือก อย่างกุ้ง หอย ปู เริ่มสร้างเปลือกได้ยากขึ้นปะการังที่เคยแข็งแรง กลับเปราะบาง แตกหักง่าย ทั้งที่แนวปะการังคือรากฐานของระบบนิเวศใต้ทะเล เมื่อปะการังอ่อนแอ […]
ระยะห่างระหว่างปีกกับท้องฟ้า

นกมักถูกมองว่าเป็นภาพแทนของอิสรภาพ ปีกที่กางออกกลางท้องฟ้า เหมือนคำประกาศเงียบ ๆ ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่ และชีวิตสามารถเคลื่อนไปได้โดยไม่มีกรอบ แต่ในความเป็นจริง การบินของนกไม่ใช่เรื่องของเสรีภาพล้วน ๆ มันคือ “ภารกิจของการมีชีวิตอยู่” . ทุกการเคลื่อนไหวของนกถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณที่แม่นยำ ทั้งการหาอาหาร การหลบภัย และการสืบพันธุ์นกอพยพจำนวนมากต้องเดินทางไกลนับพันกิโลเมตรในแต่ละปี โดยอาศัยทั้งตำแหน่งของดวงอาทิตย์ สนามแม่เหล็กโลก และความทรงจำของเส้นทางที่สืบทอดกันมาส่วนนกประจำถิ่น แม้จะไม่ได้เดินทางไกล แต่ชีวิตก็ผูกติดอยู่กับจังหวะของฤดูกาลอย่างแนบแน่น เมื่อถึงเวลาหาอาหารก็ต้องหา เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ก็ต้องเริ่มต้นวงจรชีวิตใหม่อีกครั้ง . แม้เราจะมองว่านก “บินไปไหนก็ได้” แต่ความจริงคือพวกมันบินไป “เฉพาะที่ที่อยู่รอดได้เท่านั้น” . ในช่วงเวลาหนึ่งของปี เมื่อฤดูแห่งการสืบพันธุ์มาถึง พื้นที่ธรรมชาติจะเต็มไปด้วยการเริ่มต้นใหม่นกต้องเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับไข่และลูกอ่อน รายละเอียดของการสร้างรังจึงไม่ใช่เพียงพฤติกรรม แต่เป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพของสิ่งแวดล้อม ที่ที่มีอาหารเพียงพอ มีที่กำบัง และมีโอกาสรอดชีวิตสูงพอให้เดิมพันกับอนาคต . แต่โลกที่นกเคยพึ่งพา กำลังเปลี่ยนไปอย่างเงียบงัน พื้นที่ธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยเมือง กระจกใสที่มนุษย์มองว่า “โปร่งและสวยงาม” กลับกลายเป็นกำแพงที่มองไม่เห็นสำหรับนก ขยะที่เราทิ้งไว้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกมันโดยไม่ตั้งใจ และพฤติกรรมที่สร้างความสะดวกสบายให้มนุษย์ กลับไม่ได้มีความหมายใดเลยต่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตอื่น . ในอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้จังหวะของธรรมชาติคลาดเคลื่อน ฤดูกาลที่เคยแน่นอนเริ่มแปรปรวน นกอพยพบางชนิดเดินทางมาถึงแหล่งอาศัยช้ากว่าช่วงที่อาหารอุดมสมบูรณ์ขณะที่ระบบนิเวศในทะเลก็ได้รับผลกระทบจากความเป็นกรดที่เพิ่มขึ้น ทำให้แหล่งอาหารของนกลดลงโดยตรง […]
รุกขกาล: ชีวิตที่เติบโตไปพร้อมกับมนุษยชาติ

รุกขกาล: ชีวิตที่เติบโตไปพร้อมกับมนุษยชาติ ลองนึกภาพว่าเรากำลังยืนอยู่กลางป่าที่ชุ่มชื้น พื้นดินส่งกลิ่นหอมของชีวิตขึ้นมาเบาๆมอสเกาะตามลำต้น กิ่งไม้มีหยดน้ำเกาะอยู่ อากาศเย็นและหนักแน่น ราวกับโอบกอดเราไว้โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ในวินาทีนั้นเอง ประสาทสัมผัสของเราจะค่อยๆ เปิดออก และเราเริ่มเข้าใจ “ความจริงพื้นฐานที่สุดของโลกใบนี้” เรามีชีวิตอยู่ได้…เพราะต้นไม้ ต้นไม้ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังของธรรมชาติ แต่มันคือผู้สร้างอากาศที่เราหายใจ เป็นเสาหลักที่ค้ำจุนสมดุลของโลก และหากวันหนึ่งโลกไร้ต้นไม้ ชีวิตที่เรารู้จักอาจค่อยๆ เลือนหายไปอย่างเงียบงัน . ในความทรงจำของมนุษย์ต้นไม้อยู่กับเรามาเสมอ เด็กๆ รู้จักต้นไม้ผ่านนิทาน ป่าลึกในเทพนิยายคือพื้นที่ของการผจญภัยและการเติบโต ในขณะที่หลายวัฒนธรรมดั้งเดิมต้นไม้ไม่ใช่แค่พืช แต่คือ “ศูนย์รวมของจิตวิญญาณ” เป็นที่พักใจ เป็นที่เยียวยา และเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความเคารพ . ในโลกของความเป็นจริงต้นไม้ทำหน้าที่มากกว่าที่ตาเราเห็น มันเป็นบ้านของสัตว์นับไม่ถ้วนเป็นกลไกสำคัญในการหมุนเวียนสารอาหารในดิน และเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อสภาพอากาศของโลก มากกว่า 80% ของคาร์บอนบนโลกนี้ ถูกเก็บไว้ในพืช และในความเงียบของผืนป่าต้นไม้ก็ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว พวกมัน “สื่อสาร” กัน ผ่านสารเคมีในอากาศ ส่งสัญญาณเตือนภัยเมื่อมีแมลงหรือศัตรูเข้ามา แลกเปลี่ยนสารอาหารเมื่อบางต้นอ่อนแอ ใต้พื้นดินที่เรามองไม่เห็น รากไม้เชื่อมโยงถึงกันผ่านเส้นใยของรา กลายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่เหมือนระบบอินเทอร์เน็ตของป่า เงียบ…แต่ไม่เคยหยุดพูดคุย . และหากเรามองลึกเข้าไปในลำต้นของมัน เราจะพบกับ “รุกขกาล” หรือวงปีของต้นไม้ วงแต่ละวงไม่ใช่แค่ตัวเลขของอายุ […]
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur. Magna maecenas sed sit donec

Lorem ipsum dolor sit amet consectetur. Dolor sed non vitae magnis. Diam augue at lacinia nulla. Suspendisse velit in ipsum mus. Aliquet et massa in diam senectus porta.
Lorem ipsum dolor sit amet consectetur. Magna maecenas sed sit donec

Lorem ipsum dolor sit amet consectetur. Dolor sed non vitae magnis. Diam augue at lacinia nulla. Suspendisse velit in ipsum mus. Aliquet et massa in diam senectus porta.
ไดอารี่แห่งเกาะมันใน: ห้องเรียนธรรมชาติ และก้าวแรกสู่วิถีนักอนุรักษ์ของเด็กชายเจดี

ท่ามกลางเกลียวคลื่นและลมทะเลของอ่าวไทย “เกาะมันใน” จังหวัดระยอง อาจเป็นเพียงเกาะสงบๆ ในสายตาใครหลายคน แต่สำหรับช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา พื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เมื่อ “ค่ายเปิดโลกสัตวแพทย์และนักสัตวศาสตร์ ครั้งที่ 1” ได้พาน้องๆ เยาวชน รวมถึง “น้องเจดี” และทีมงาน GreenAsia Films ออกเดินทางไปสัมผัสโลกของการอนุรักษ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเรียนรู้ชีวิตของเต่าทะเลและไขความลับของเหล่านกอพยพ ค่ายแห่งนี้จัดขึ้นด้วยความตั้งใจของมูลนิธิธรรมชาติศึกษา ร่วมกับน.สพ.เกษตร สุเตชะ หรือ “หมอเกษตร” ที่อยากพาน้องๆ ไปเปิดประสบการณ์แบบลงลึกถึงการทำงานจริงของนักวิจัย เพราะเกาะมันในไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย แต่ที่นี่ยังซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ในฐานะ “จุดแวะพักของเหล่านกอพยพ” บนเส้นทางอพยพ East Asian-Australasian Flyway (EAAF) ในช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล นกนับแสนตัวจะแวะพักเหนื่อยที่นี่ ทำให้เราสามารถพบเห็นนกได้มากกว่า 220 ชนิด ทั้งนกอพยพที่หาดูยากอย่างนกแต้วแล้วพันธุ์จีน นกแซงแซวสวรรค์หางดำ นกจับแมลงคิ้วเหลือง เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาจากการลงพื้นที่บนเกาะมันในเพื่อเก็บสถิติอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ของรศ.ดร.ฟิลิป ดี ราวด์ ช่วงเวลาที่เป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของน้องเจดี คือการได้ลงมือปฏิบัติงานจริงร่วมกับ รศ.ดร.ฟิลิป ดี ราวด์ […]