น้อมกายลงในห้วงมหาสมุทร

ใต้ผืนน้ำที่เรามองเห็นเพียงผิวระยิบระยับนั้น  คือโลกอีกใบ เงียบ ลึก และเก่าแก่กว่าที่เราคิด

มหาสมุทรไม่ใช่แค่น้ำกว้างใหญ่ แต่มันคือภูมิประเทศที่บันทึกประวัติศาสตร์ของโลกมาตั้งแต่แรกกำเนิด
พื้นทะเลบางแห่งราบเรียบ บางแห่งเป็นหุบเหวลึก และบางแห่ง…เก็บซ่อนซากของสิ่งมีชีวิตและเรื่องราวที่จมลงไปพร้อมกาลเวลา ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิต และในขณะเดียวกัน ก็เป็นปลายทางของชีวิตจำนวนไม่น้อย

.

ทุกอย่างในทะเลหมุนเวียน เปลี่ยนผ่าน เหมือนลมหายใจของโลก นกอพยพบางชนิดยังคงบินข้ามน้ำทะเลทุกฤดูกาล แวะพัก แล้วจากไป เช่นเดียวกับมนุษย์ ที่มาทะเลเพื่อหาความสุข ทิ้งความเศร้า หรือบางครั้ง…ทิ้งบางอย่างที่ไม่มีวันได้กลับคืน

.

เมื่อเราลอยอยู่กลางทะเล เราจะรู้สึกได้ทันทีว่าเราเล็กแค่ไหน

เล็ก เมื่อเทียบกับความลึกที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เล็ก เมื่อเทียบกับขอบฟ้าที่มองไม่เห็นปลายทาง

แต่ถึงจะเล็กเพียงนั้น เราก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบเดียวกันกับมหาสมุทร

.

เพราะทะเลไม่ใช่แค่บ้านของสัตว์น้ำ มันคือกลไกสำคัญของโลกทั้งใบ มหาสมุทรดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศในปริมาณมหาศาล ทำหน้าที่ไม่ต่างจากป่าไม้บนแผ่นดิน
ช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 

.

แต่เมื่อมนุษย์ปล่อยก๊าซมากเกินไป ทะเลก็รับไว้มากเกินไปเช่นกัน

.

ผลลัพธ์คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ภาวะมหาสมุทรเป็นกรด (Ocean Acidification) น้ำทะเลที่เปลี่ยนสมดุลนี้ กำลังทำลายชีวิตอย่างเงียบงัน สัตว์ที่มีเปลือก อย่างกุ้ง หอย ปู เริ่มสร้างเปลือกได้ยากขึ้น
ปะการังที่เคยแข็งแรง กลับเปราะบาง แตกหักง่าย ทั้งที่แนวปะการังคือรากฐานของระบบนิเวศใต้ทะเล

เมื่อปะการังอ่อนแอ ห่วงโซ่อาหารก็เริ่มสั่นคลอน และเมื่อห่วงโซ่อาหารสะดุด มนุษย์ที่พึ่งพาทะเลก็หนีไม่พ้นผลกระทบนั้น

.

ในอีกด้านหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้โลกเดินเร็วเกินไป อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น
น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ไฟป่าและน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุการณ์แยกส่วน แต่มันเชื่อมโยงถึงกัน และเชื่อมโยงไปถึงทะเล

น้ำทะเลที่อุ่นขึ้น ทำให้สิ่งมีชีวิตจำนวนมากต้องย้ายถิ่น บางชนิดต้องว่ายลงลึกเพื่อหาน้ำที่เย็นกว่า
บางชนิดต้องเผชิญศัตรูใหม่ บางชนิด…ปรับตัวไม่ทัน และหายไปจากโลก ระบบนิเวศทางทะเลนั้นเปราะบางกว่าที่เราคิด และภัยคุกคามไม่ได้มาจากอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว ขยะจากแผ่นดิน โดยเฉพาะพลาสติก กำลังไหลลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง วาฬ พะยูน เต่าทะเลจำนวนมากตายจากการกลืนพลาสติก

สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือพลาสติกไม่ได้หายไปไหน มันแตกตัว เล็กลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็น “ไมโครพลาสติก” ที่แทบมองไม่เห็น สัตว์ทะเลไม่สามารถแยกมันออกจากอาหารได้ และเมื่อมันเข้าสู่ร่างกายมันก็เริ่มสะสม

.

จากปลา…สู่ผู้ล่า
จากผู้ล่า…สู่มนุษย์

.

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราทิ้งลงทะเล ก็ย้อนกลับมาหาเรา นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือวัฏจักรที่เรามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น

.

ในท้ายที่สุด สิ่งเดียวที่ยังเป็นความหวัง คือความสามารถของมนุษย์ในการ “รับรู้”

.

เราอาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างปัญหาได้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เป็นสิ่งมีชีวิตไม่กี่ชนิดที่ “รู้ตัว” และ “เลือกเปลี่ยนแปลง” ได้ โลกไม่ได้ต้องการให้เราสมบูรณ์แบบ แต่มันต้องการให้เรารับผิดชอบ

เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ดำรงอยู่ได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่น

มหาสมุทร แผ่นดิน และชีวิตทั้งหมดบนโลก คือระบบเดียวกัน

คำถามจึงไม่ใช่ว่า  “ธรรมชาติจะอยู่รอดไหม” แต่คือ  “เราจะเลือกอยู่รักษามันอย่างไร”

.

ก่อนที่วันหนึ่ง คลื่นจะยังคงซัดเข้าฝั่งเหมือนเดิม แต่สิ่งที่หายไป
คือร่องรอยของเราเอง

.

© 2020 Green Asia Films – All Rights Reserved

.

อ้างอิง

https://bit.ly/37iUtwO

https://bit.ly/2YjgGXA

https://bit.ly/2XPwnXy

https://bit.ly/3he2U0Y

Share the Post:

Related Posts

ได้เข้าไปถ่ายงานในผืนป่าตะวันตก (Western Forest Complex) ซึ่งมีพื้นที่ถึง 11 ล้านไร่อีกครั้ง ครั้งนี้ไปป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันออก ซึ่งมีพื้นที่ถึง เก้าแสนแปดหมื่นกว่าไร่ ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย ที่สำคัญคือ… ป่าพรุน้ำจืดขนาดใหญ่กว่าสามพันไร่ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึก
การมาเรียกร้องให้ save ป่า ผืนโน้นผืนนี้ ณ วันนี้มันก็ดี ช่วยกันสอดส่องดูแลทรัพยากรธรรมขาติของเรา แต่..มันไม่ได้ผลเท่าไหร่หรอกครับ เพราะมันปลายเหตุเหลือเกิน ถ้าแก้ที่ต้นเหตุไม่ได้ ป่าไหนก็ไม่เหลือ!!! ผมเป็นคนนึงที่ชอบเที่ยวป่า… พาลูกไปเดินป่ามาทั่วประเทศ ไปในที่ๆไม่ค่อยจะมีใครได้ไปซะด้วย
นี่ไง… ถึงอยากพาลูกเข้าป่าหาธรรมชาติ ฝึกจิตใจให้อดทน ไม่โลภโมโทสัน อยู่กับความสันโดษ bla bla bla… หัวโบราณ… น่าเบื่อ… แต่ครอบครัวเราไม่ทิ้งเทคโนโลยี่นะครับ โชคดีที่หลงกลเรา เขาดันชอบ… แต่..จะเดินทางไปเข้าป่าก็ต้องเติมน้ำมันนะครับท่าน…