รุกขกาล: ชีวิตที่เติบโตไปพร้อมกับมนุษยชาติ

รุกขกาล: ชีวิตที่เติบโตไปพร้อมกับมนุษยชาติ

ลองนึกภาพว่าเรากำลังยืนอยู่กลางป่าที่ชุ่มชื้น พื้นดินส่งกลิ่นหอมของชีวิตขึ้นมาเบาๆ
มอสเกาะตามลำต้น กิ่งไม้มีหยดน้ำเกาะอยู่ อากาศเย็นและหนักแน่น ราวกับโอบกอดเราไว้โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด

ในวินาทีนั้นเอง ประสาทสัมผัสของเราจะค่อยๆ เปิดออก และเราเริ่มเข้าใจ “ความจริงพื้นฐานที่สุดของโลกใบนี้” เรามีชีวิตอยู่ได้…เพราะต้นไม้

ต้นไม้ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังของธรรมชาติ แต่มันคือผู้สร้างอากาศที่เราหายใจ เป็นเสาหลักที่ค้ำจุนสมดุลของโลก และหากวันหนึ่งโลกไร้ต้นไม้ ชีวิตที่เรารู้จักอาจค่อยๆ เลือนหายไปอย่างเงียบงัน

.

ในความทรงจำของมนุษย์ต้นไม้อยู่กับเรามาเสมอ

เด็กๆ รู้จักต้นไม้ผ่านนิทาน ป่าลึกในเทพนิยายคือพื้นที่ของการผจญภัยและการเติบโต ในขณะที่หลายวัฒนธรรมดั้งเดิมต้นไม้ไม่ใช่แค่พืช แต่คือ “ศูนย์รวมของจิตวิญญาณ” เป็นที่พักใจ เป็นที่เยียวยา และเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความเคารพ

.

ในโลกของความเป็นจริงต้นไม้ทำหน้าที่มากกว่าที่ตาเราเห็น มันเป็นบ้านของสัตว์นับไม่ถ้วนเป็นกลไกสำคัญในการหมุนเวียนสารอาหารในดิน และเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อสภาพอากาศของโลก มากกว่า 80% ของคาร์บอนบนโลกนี้ ถูกเก็บไว้ในพืช และในความเงียบของผืนป่าต้นไม้ก็ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว

พวกมัน “สื่อสาร” กัน

ผ่านสารเคมีในอากาศ ส่งสัญญาณเตือนภัยเมื่อมีแมลงหรือศัตรูเข้ามา แลกเปลี่ยนสารอาหารเมื่อบางต้นอ่อนแอ ใต้พื้นดินที่เรามองไม่เห็น รากไม้เชื่อมโยงถึงกันผ่านเส้นใยของรา กลายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่เหมือนระบบอินเทอร์เน็ตของป่า

เงียบ…แต่ไม่เคยหยุดพูดคุย

.

และหากเรามองลึกเข้าไปในลำต้นของมัน เราจะพบกับ “รุกขกาล” หรือวงปีของต้นไม้ วงแต่ละวงไม่ใช่แค่ตัวเลขของอายุ แต่มันคือบันทึกของเวลา

ปีที่ฝนดี วงจะกว้าง
ปีที่แห้งแล้ง วงจะแคบลง

ต้นไม้หนึ่งต้นจึงไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิต แต่มันคือ “นักเล่าเรื่อง” ที่เก็บประวัติศาสตร์ของโลกไว้ในเนื้อไม้ของตัวเอง

เรื่องราวของภูมิอากาศ ของการเปลี่ยนแปลง และในบางมุม…ก็รวมถึงเรื่องราวของมนุษย์ด้วย

.

ความจริงที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งคือ ผู้คน ต้นไม้และสิ่งแวดล้อมไม่เคยแยกจากกัน มันเติบโตไปพร้อมกัน
หล่อหลอมกัน และสะท้อนซึ่งกันและกัน ต้นไม้เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม และสภาพแวดล้อมก็เผยตัวตนผ่านต้นไม้ เป็นระบบที่ไม่มีใครอยู่ลำพัง

.

ถ้ามองลงไปให้ลึกลงอีกนิด เราจะพบว่า “ชีวิตมนุษย์” ก็ไม่ต่างกัน เราทุกคนเหมือนต้นไม้หนึ่งต้น
ที่เติบโตอยู่ในป่าเดียวกัน เราพึ่งพาดิน น้ำ อากาศ พึ่งพากันและกัน เสมือนที่รากไม้เชื่อมโยงถึงกันใต้พื้นดิน

ครอบครัวของเรา ความทรงจำของเรา รุ่นสู่รุ่นที่ส่งต่อกันมา ก็เหมือนวงปีของต้นไม้ที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น

เงียบงัน แต่มีความหมาย

.

สุดท้ายแล้ว ต้นไม้ไม่ได้แค่ “อยู่” ในโลกของเรา แต่มัน “เติบโตไปพร้อมกับเรา” และตราบใดที่มันยังยืนอยู่ มันก็ยังคงมอบชีวิตให้โลกใบนี้ รวมถึงตัวเราเอง

.

© 2020 Green Asia Films – All Rights Reserved

.

อ้างอิงจาก

https://bit.ly/2TFV8CY

https://bit.ly/2X4ADSs

https://bit.ly/2X8urZT

Share the Post:

Related Posts

ได้เข้าไปถ่ายงานในผืนป่าตะวันตก (Western Forest Complex) ซึ่งมีพื้นที่ถึง 11 ล้านไร่อีกครั้ง ครั้งนี้ไปป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันออก ซึ่งมีพื้นที่ถึง เก้าแสนแปดหมื่นกว่าไร่ ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย ที่สำคัญคือ… ป่าพรุน้ำจืดขนาดใหญ่กว่าสามพันไร่ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึก
การมาเรียกร้องให้ save ป่า ผืนโน้นผืนนี้ ณ วันนี้มันก็ดี ช่วยกันสอดส่องดูแลทรัพยากรธรรมขาติของเรา แต่..มันไม่ได้ผลเท่าไหร่หรอกครับ เพราะมันปลายเหตุเหลือเกิน ถ้าแก้ที่ต้นเหตุไม่ได้ ป่าไหนก็ไม่เหลือ!!! ผมเป็นคนนึงที่ชอบเที่ยวป่า… พาลูกไปเดินป่ามาทั่วประเทศ ไปในที่ๆไม่ค่อยจะมีใครได้ไปซะด้วย
นี่ไง… ถึงอยากพาลูกเข้าป่าหาธรรมชาติ ฝึกจิตใจให้อดทน ไม่โลภโมโทสัน อยู่กับความสันโดษ bla bla bla… หัวโบราณ… น่าเบื่อ… แต่ครอบครัวเราไม่ทิ้งเทคโนโลยี่นะครับ โชคดีที่หลงกลเรา เขาดันชอบ… แต่..จะเดินทางไปเข้าป่าก็ต้องเติมน้ำมันนะครับท่าน…